New Search

If you are not happy with the results below please do another search

9 search results for: ปีเตอร์

1

หลักการเลือกหุ้นของ ปีเตอร์ ลินซ์ มีอะไรบ้าง

หลักการเลือกหุ้นของ ปีเตอร์ ลินซ์ มีอะไรบ้าง การเลือกหุ้นมีหลักการมากมายหลายประการ แต่การเลือกหุ้นแล้วจะประสบความสำเร็จได้จริง มีหลักการที่ใช้ได้ดีไม่กี่หลัก โดยเฉพาะหลักการของนักลงทุนระดับโลกที่ประสบความสำเร็จแล้ว มาดูกันดีกว่าว่านักลงทุนระดับโลกเขาคิด และเลือกหุ้นอย่างไร ประการแรก “เลือกหุ้นที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน” ปีเตอร์ ลินซ์ มักจะได้หุ้นดีๆ จากผลกระทบของสินค้า และบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างเช่น เราเดินห้างที่ไหน เราซื้ออะไรกินเล่น ดื่มกาแฟร้าไหน เราเข้าร้านอาหารอะไร ใช้เสื้อผ้ายี่ห้ออะไร ร้านอะไร เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่มากระทบกับชีวิตประจำวันของเราโดยตรง สิ่งที่ผมกำลังสังเกต ก็คือ ทุกวันนี้ค่าไฟฟ้าบ้านผมเติบโตขึ้นเร็วมาก รวม ๆ เดือนหนึ่งหมดหลายพัน แต่ค่าโทรศัพท์รวมกับสมาชิกในบ้านยังไม่ถึงพันเลย ค่าน้ำมันก็ลดลงเยอะมากเหลือเดือนละไม่กี่พัน สังเกตได้ชัดเจนว่าค่าไฟโตเร็วกว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว (ยกเว้นค่ากิน) ถ้าผมใช้สิ่งที่มากระทบนี้เลือกซื้อหุ้น ก็อาจจะมองหาหุ้นโรงไฟฟ้าดี ๆ ซักตัว แต่หุ้นโรงไฟฟ้าที่มีอยู่อย่างมากมาย เข้าใจว่าถ้าเราเลือกหุ้นที่แข็งแรงมั่นคงจะดีกว่าหุ้นตัวเล็กที่มีความไม่แน่นอนสูง อ่านเรื่องราวของ ปีเตอร์ ลินซ์ เพิ่มเติม “คลิ๊กที่นี่” ประการที่สอง “สไตล์การเลือกหุ้นโตช้าของปีเตอร์ ลินซ์” ในหุ้นหกประเภทที่ ปีเตอร์ ลินซ์ […]

2

บันทึกนายแว่นธรรมดา … เกมการลงทุนของ “ปีเตอร์ ลินซ์” ผู้จัดการกองทุนระดับโลก

Pick Stocks Like Peter Lynch นับจากต้นปี 1980 ผู้จัดการกองทุนหนุ่ม ปีเตอร์ ลินซ์ ได้กลายเป็นนักลงทุนที่มีชื่อเสียงของโลก จากการเริ่มงานจัดการกองทุน Fidelity Fund ในเดือน may 1977 กองทุนมีขนาดเพียง 20 ล้านเหรียญ ได้กลายเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถเอาชนะตลาดได้เฉลี่ย 13.4% ต่อปี Lynch ทำได้สำเร็จโดยการใช้หลักการเบื้องต้นพื้นๆ ซึ่งเขายินดีที่จะแชร์ให้กับทุกคน ลินซ์เชื่อมั่นว่านักลงทุนรายย่อยมีข้อได้เปรียบเหนือกว่าสถาบันใหญ่ๆ เนื่องจากกองทุนขนาดใหญ่ไม่สามารถจะลงทุนได้อย่างเต็มที่ในบริษัทที่มีขนาดเล็ก (ข้อจำกัดเรื่องเปอร์เซ็นต์การถือหุ้น) ซึ่งภายหลังผลประกอบการเข้าตานักวิเคราะห์ กลายเป็นหุ้นบลูชิพ แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนระยะยาวหรือจะลงทุนเพื่อเพิ่มพูนรายได้ ก็สามารถศึกษากลยุทธ์ของลินซ์ได้ครับ… การลงทุนสไตล์ ปีเตอร์ ลินซ์ ที่เป็นที่พูดถึงกันบ่อยๆ ก็คือ การหาข้อมูลของหุ้นที่เราสนใจผ่านคำบอกเล่าของคนรอบข้าง ยกตัวอย่างเช่น เขามักจะถามภรรยาของตนเองเสมอๆ ว่า ชอบกินขนมอะไร ช็อปปิ้งร้านไหน สินค้าอะไรที่กำลังเป็นที่นิยม สินค้าอะไรที่กำลังเสื่อมความนิยมไปแล้ว หลายครั้งหลายคราการสอบถามภรรยา หรือลูกๆ ของตัวเองกลับได้ข้อมูลที่ดีกว่าการวิเคราะห์แบบเจาะลึกของนักวิเคราะห์ในตลาดหลักทรัพย์เสียอีกครับ หุ้นที่ปีเตอร์ ลินซ์ เลือกเก็บเข้าพอร์ตนั้นก็มีจำนวนมากมาย บางจังหวะหุ้นในพอร์ตการลงทุนของเขามีมากกว่าพันบริษัท และตัวเขาเองก็จะเป็นผู้หาข้อมูล […]

3

หาหุ้นโตเร็วสไตล์VI : เราจะหาหุ้นโตเร็วได้จากที่ไหน?

เราจะหาหุ้นโตเร็วได้จากที่ไหน? สำหรับนักลงทุนหุ้นโตเร็วการมองหาหุ้นที่จะเติบโตไปข้างหน้าถือเป็นงานหลัก และเป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้มีประสบการณ์มานานการมองหุ้นเป็น แล้วสามารถรู้ได้ว่าหุ้นตัวไหนจะเติบโตคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าเป็นนักลงทุนที่ประสบการณ์ยังน้อย เราจะหาหุ้นโตเร็วได้ยังไง จะรู้ได้ยังไงว่าหุ้นที่เราติดตาเป็นหุ้นโตเร็ว หรือ Growth Stock ที่เราเฝ้าตามหาอยู่ มาติดตามกันดีกว่าครับ ขั้นแรก “มองหากิจการที่มีคู่แข่งน้อยๆ” คู่แข่งขัน ถือเป็นศัตรูของการเติบโต ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจจริง หรือคิดจะซื้อหุ้นที่ทำกิจการในตลาดหลักทรัพย์ การมองอุตสาหกรรมโดยภาพรวมให้ออกก่อนซื้อหุ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับขั้นตอนนี้ วิธีการก็คือ เราต้องมองหากิจการที่มีคู่แข่งน้อยๆ คำว่า “คู่แข่งน้อย” มันหมายความได้หลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น กิจการที่ดูไม่น่าทำเป็นกิจการตะวันตกดินแล้วทำให้คู่แข่งไม่อยากเข้ามาในอุตสาหกรรมอีก เพราะทำแล้วกลัวไปไม่รอด แบบนี้เข้าข่าย “หุ้นที่ดีในอุตสาหกรรมที่แย่” ตามสูตรของ “ปีเตอร์ ลินซ์” นักลงทุนระดับโลก กิจการที่มีกำไรน้อยไม่น่าทำแต่หุ้นที่คุณลงทุนนั้นทำมันได้ดี กิจการเหล่านี้อาจดูไม่ดึงดูดให้คู่แข่งอยากเข้ามาแข่งขัน เพราะมาร์จิ้นต่ำ กำไรน้อย แต่ถ้าคุณมองดีๆ จะเห็นธุรกิจบางธุรกิจที่ทำมันได้ดี อาจเป็นเพราะมีผู้บริหารที่มองเห็น “ช่องว่าง” ในการประกอบกิจการที่แทบจะไม่มีคู่แข่ง เพียงแค่แข่งกับตัวเอง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตให้ได้ก็พอ ผมเคยเจอตัวหนึ่งเป็นกิจการปั้มน้ำมัน ที่มาร์จิ้นต่ำมากๆ ปรากฏว่ากิจการนั้นกลายเป็นหุ้นสิบเด้ง ภายใน 2-3 ปีเท่านั้นเอง ลองมองหาดูซิครับ กิจการกึ่งผูกขาด และอยู่ในกระแสเมกะเทรนด์ […]

4

เจาะหุ้นวีไอไม่เสี่ยง : ทำไมลงทุนในกิจการที่ดูน่าเบื่อ แต่มีคูเมืองของตนเองจะทำให้เราประสบความสำเร็จ?

ทำไมลงทุนในกิจการที่ดูน่าเบื่อ แต่มีคูเมืองของตนเองจะทำให้เราประสบความสำเร็จ? สำหรับนักลงทุนหุ้นวีไอไม่เสี่ยง จะคอยมองหาหุ้นที่ดูน่าเบื่อ แต่มีความน่าสนใจอยู่ภายใน ความน่าสนใจที่ว่าก็คือ “คูเมืองของหุ้น” หรือ เรียกง่ายๆ ว่า การปัจจัยที่ทำให้กิจการมีการ “ผูกขาดเฉพาะกิจการ” ผมขอเรียกมันสั้นๆ ว่า DCA หรือ Durable Competitive Advantage ก็แล้วกันนะครับ สำหรับ Durable Competitive Advantage หรือ DCA ที่ว่า หมายถึง ความทนทานของกิจการต่อเวลา เพราะกิจการหนึ่งๆ จะมีความทนทานต่อกาลเวลาได้นั้นต้องมี “ปัจจัย” บางอย่างที่ทำให้ “คู่แข่ง” ไม่สามารถเข้ามาโจมตีได้ เปรียบเหมือนเป็น “คูเมืองของหุ้น” ที่ศัตรูภายนอกจะรุกรานได้ไม่ง่าย ลักษณะแบบนี้จะเหมือนเป็นกิจการกึ่งผูกขาด และมีความทนทานต่อกาลเวลา อย่างไรก็ตามไม่มีสิ่งใดทนทานไปได้ตลอดกาล ซักวันหนึ่งคูเมืองๆ หนึ่ง ก็จะแคบลงเรื่อยๆ และคู่แข่งก็จะรุกรานเข้ามาในอาณาจักรได้ กว่าจะถึงตอนนั้นเจ้าของกิจการ และผู้ถือหุ้นก็คงจะอิ่มกับกำไรไปนานแล้ว ครานี้ผมขอยกตัวอย่างกิจการที่ดูแสนจะธรรมดา ออกจะดู “น่าเบื่อ” เสียด้วยซ้ำ แต่พอผมศึกษาดูแล้วพบว่ากิจการนี้มีคูเมืองที่ค่อนข้างจะแน่นหนา และเริ่มที่จะสร้างเมืองใหม่ๆ เพื่อปกป้องอาณาจักรของตัวเองอีกด้วย หุ้นตัวที่ว่าคือ […]

5

เจาะหุ้นวีไอไม่เสี่ยง : เจาะหุ้นน้ำตาล กับพลังงานทดแทน BRR

เจาะหุ้นน้ำตาล กับพลังงานทดแทน BRR    “โรงงานน้ำตาล” ธุรกิจเก่าแก่ที่มีมานาน หลายคนคิดว่าการทำโรงงานน้ำตาลไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่สำหรับ BRR แล้วผมคิดว่า… สิ่งที่ดูไม่น่าสนใจนั้นข้างในมีอะไรที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก “ปีเตอร์ ลินซ์” นักลงทุนในตำนานเคยกว่าเอาไว้ว่า “จงลงทุนในธุรกิจที่ดูเหมือนจะน่าเบื่อ ในอุสาหกรรมที่น่าเบื่อ (แต่ธุรกิจมีอนาคต)” เพราะการที่ธุรกิจดูธรรมดาๆ ในอุตสาหกรรมที่ดูแล้วไม่มีอะไรน่าสนใจ มักจะซ่อน “เพชรเม็ดงาม” เอาไว้นั่นเองครับ ลักษณะธุรกิจของ BRR บริษัทดำเนินธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยลงทุนในบริษัทย่อยที่ถือหุ้นร้อยละ 100 จำนวน 5 บริษัทที่มีธุรกิจหลักเป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ได้แก่ 1) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย โดยมีบริษัท โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด เป็นบริษัทแกน 2) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวล โดยบริษัท บุรีรัมย์พลังงาน จำกัด และบริษัท บุรีรัมย์เพาเวอร์ จำกัด 3) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ โดยบริษัท ปุ๋ยตรากุญแจ จำกัด และ 4) […]

6

“วอร์เรน บัฟเฟตต์ คนเล่นหุ้นที่รวยที่สุดในโลก”

“วอร์เรน บัฟเฟตต์ คนเล่นหุ้นที่รวยที่สุดในโลก” มองบุคคลโลก โดยวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ ผมขอนำเรื่องของมหาเศรษฐีคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและสร้างฐานะจากการเล่นหุ้นจนกลายมาเป็นคนเล่นหุ้นที่รวยที่สุดในโลกขณะนี้  เรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่มากเพราะข้อเท็จจริงที่เราต่างทราบกันดีคือไม่ได้หมายความว่าคนที่เล่นหุ้นจะรวยเช่นเขาทุกคน  หลาย ๆท่านที่ลงทุนในตลาดหุ้นต้องลงทุนอย่างมีหลักการและเหตุผล อย่าทำตัวเป็นเหมือนแมงเม่าที่บินเข้ากองไฟหรือทุ่มทุนสร้างเพราะคิดว่ามันเหมือนกับการเล่นการพนันชนิดหนึ่ง เพราะโอกาสเสี่ยงมีสูงมาก  แต่เป็นเพราะเขามีบางสิ่งบางอย่างที่โดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่นจึงทำให้เขาประสบความสำเร็จได้ ผมมองว่าสังคมโลกยุคปัจจุบันเราพบว่า หากใครก็ตามที่ดำเนินธุรกิจอยู่และต้องการระดมทุนเพื่อนำมาขยายธุรกิจ  ตลาดหุ้นเป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่นักธุรกิจต้องการ ตามการเติบโตและพัฒนาของโลกอย่างไร้ขอบเขต จนทำให้หลาย ๆ ประเทศมีขนาดของตลาดหุ้นเท่ากับขนาดของเศรษฐกิจของประเทศ มีเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาลทุกวัน เมื่อเราดูข่าวไม่ว่าจะผ่านสื่อใด ๆ จะต้องมีการนำเสนอถึงความเป็นไปของตลาดหุ้นไปพร้อม ๆ กันจนสามารถถือได้ว่าตลาดหุ้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปโดยปริยาย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลกที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้เลย   ผมมองว่าตลาดหุ้นเป็นเสมือนบ่อนการพนันที่ถูกกฎหมายไปและได้รับการยอมรับอย่างสูง  เพราะมีหลายต่อหลายคนกลายเป็นมหาเศรษฐีจากการลงทุนในตลาดหุ้น ในขณะเดียวกันก็มีมหาเศรษฐีหลาย ๆ คน ที่เดินออกมาจากตลาดหุ้นในฐานะยาจก  มีคนจำนวนมากมีชีวิตอยู่กับตลาดหุ้นจนลืมทุกสิ่งทุกอย่าง และอยู่ในตลาดหุ้นทั้งที่รู้ว่าบางครั้งมันเป็นเหมือนสวรรค์และเหวนรกในเวลาเดียวกันสิ่งนี้เป็นสัจธรรม สำหรับผมก็เหมือนคนเล่นหุ้นทั่วไป  เพราะโดยส่วนตัวมีหุ้นของบมจ. อมตะในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยผมเก็บหุ้นของตัวเองไว้ ไม่เคยขายหุ้นของตัวเองออกไปเลยแม้แต่หุ้นหนี่ง บางช่วงที่ผมมีกำไรจากการทำธุรกิจผมกลับนำเงินนั้นมาซื้อหุ้นของอมตะเพิ่มขึ้นเสียอีก  ปัจจุบันนี้ผมมั่นใจจนสามารถบอกกับคนอื่นได้ว่า ผมไม่เคยขายหุ้นอมตะออกจากบัญชีของผมเลย เพราะผมไม่ใช่คนเล่นหุ้น เป็นแต่เพียงคนลงทุนในตลาดหุ้นเท่านั้น  เป็นเรื่องบังเอิญมากเมื่อผมมาได้ทราบวิธีการของวอร์เรน บัฟเฟตต์ที่เขาลงุทนนั้นช่างมีความคล้ายคลึงกับหลักการ วิธีทำของผมเพราะเขาเป็นนักลงทุนที่มีหลักการ  ซึ่งแนวทางการลงทุนที่ว่านี้ผมมองว่า อันที่จริงแล้วก็ไม่ใช่หลักการที่ยากนัก เพียงแต่เรามองดูผู้บริหารองค์กรนั้น ๆ ว่าบริหารงานอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมและซื้อสัตย์ดีพอหรือไม่ และองค์กรนั้นจะต้องมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นธุรกิจที่มีความต้องการของตลาดสูง […]

7

กลยุทธ์การลงทุนหุ้น "รูปแบบการลงทุน"

ในเรื่องราวของการลงทุนในหุ้นนั้น ผมมักจะเฝ้ามองนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จทั้งระดับโลกอย่าง วอเรนต์ บัฟเฟตต์, ปีเตอร์ลินซ์, ฟิลิป ฟิชเชอร์ หรือนักลงทุนระดับอาจารย์ในบ้านเราอย่าง ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรกร เป็นต้น สาเหตุที่ผมเฝ้ามองนักลงทุนเหล่านี้เพราะอยากรู้ว่าแต่ละท่านใช้ “กลยุทธ์การลงทุน” อย่างไร อะไรเป็นสาเหตุให้ผู้คนเหล่านี้ประสบความสำเร็จในระยะยาว โดยเบื้องต้นผมขอนำสรุปแนวคิดการลงทุนออกมา 3 รูปแบบต่อไปนี้ครับ กลยุทธ์แบบที่ 1 “การลงทุนแบบเน้นคุณค่า” เป็นวิธีแบบดั้งเดิมไม่ Dynamic เหมาะสำหรับหาหุ้นคุณค่าที่มูลค่าหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี นักลงทุนเน้นคุณค่าจะหาหุ้นราคาถูก ยิ่งถูกยิ่งดี หากหุ้นเหล่านั้นราคาถูกกว่ามูลค่าทางบัญชี นักลงทุนหุ้นคุณค่าจะถือว่าเป็นเจ้าของกิจการที่ซื้อผ่านหุ้นได้ถูกกว่าเจ้าของกิจการ อย่างไรก็ตามในภาวะปกตินั้น หุ้นคุณค่าที่ราคาถูก บางครั้งเป็นหุ้นที่คุณภาพไม่ดี หรือเข้าข่าย “ถูกถาวร” แต่ในยามวิกฤติ หุ้นราคาแพงก็จะกลายเป็นหุ้นถูก และเป็นหุ้นคุณค่าได้ นักลงทุนหุ้นคุณค่าจะรอคอยวิกฤติเพื่อช็อปฯ หุ้นดีในราคาถูกสุดๆ คือกลยุทธ์แบบดั้งเดิมนั่นเองครับ กลยุทธ์แบบที่ 2 “การลงทุนในหุ้นโตเร็ว” กลยุทธ์นี้จะเป็นการมองหาหุ้นเติบโต หุ้นที่มีคุณลักษณะของการเติบโตควรจะมีโตกว่า GDP โดยรวม หุ้นโตเร็วมีคุณสมบัติพิเศษที่อาจตรงกันข้ามกับหุ้นคุณค่า คุณสมบัตินั้นก็คือ “แพงตลอดกาล” หมายความว่านักลงทุนจะได้เห็นหุ้นโตเร็วแพงเสมอ ตราบเท่าที่กิจการยังเติบโตไปได้เรื่อยๆ หุ้นก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆ หรือแพงอย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนหุ้นโตเร็วอาจจะทำกำไรได้อย่างมากมาย แต่ข้อเสียก็คือ […]

8

วัดมูลค่าหุ้น ไม่ยาก "พีอี ของหุ้นวัฏจักร"

หุ้นวัฏจักร สำหรับผมแล้วถือเป็นหุ้นปราบเซียนครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือใหม่ ถ้ายังไม่เข้าใจหุ้นประเภทนี้ดีพอควรหลีกเลี่ยงในช่วงระยะแรกๆ ของการลงทุนในตลาดหุ้นนะครับ และควรศึกษาการวัดมูลค่าหุ้นจากพีอีให้ดีเสียก่อน แต่ถ้าหากสนใจอยากจะลงทุนในหุ้นประเภทนี้จริงๆ ลองมาดูเรื่องราว “พีอี กับ หุ้นวัฏจักร” กันก่อน ปีเตอร์ ลินช์ กล่าวเอาไว้ว่า… หุ้นวัฏจักร ควรซื้อตอนจุดต่ำสุด ซึ่งตอนนั้น กำไรมักต่ำสุด ๆ อาจหมายถึงวัฏจักรขาลงสุดทางแล้ว กำไรที่ต่ำจะทำให้ PE สูงสุด ๆ ค่า PE สามารถใช้กับหุ้นที่สม่ำเสมอ และคาดการณ์ได้เท่านั้นครับ หมายความว่าในช่วงเวลาตกต่ำของวัฏจักร มักจะทำให้ผลกำไรของบริษัทตกต่ำตามไปด้วย ถ้าหากผลกำไรที่ต่ำลงมากๆ แต่ยังไม่ถึงขึ้นติดลบเมื่อนำมาคำนวนตามสูตรพีอี ที่เป็นผลของกำไรต่อหุ้น กับราคาหุ้นแล้ว จะำทำให้ค่าพีอีสูงมากครับ ถ้าหากสูงมากๆ จนถึงระดับหนึ่งอาจเป็นสัญญานที่บ่งบอกว่าวัฏจักรได้มาถึงจุดต่ำสุดแล้ว ในทางกลับกันหากเป็นช่วงขาขึ้นของวัฏจักร จะทำให้บริษัทมีผลกำไรสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด นั่นหมายความว่าผลลัพท์ของการคำนวนค่าพีอีจะกลับกันกับช่วงตกต่ำ ทำให้ค่าพีอีดูต่ำมาก ตามตำราแล้วค่าพีอีที่ต่ำถือว่าเป็นหุ้นถูก และน่าลงทุน แต่สำหรับหุ้นวัฏจักรแล้วยามขาขึ้น และทำให้กำไรต่อหุ้นสูงอย่างก้าวกระโดดนั้นอาจเป็นจุดสูงสุดของวัฏจักรแล้วก็ได้ครับ ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว อย่างที่กล่าวไปข้างต้นครับว่าสำหรับหุ้นในกลุ่มวัฏจักรขึ้นๆ ลงๆ ที่มักเกี่ยวข้องกับ demand และ supply ของตลาดนั้น เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ค่อนข้างยากครับ […]

9

รู้ทันหุ้น "รู้จักหุ้นวัฏจักร"

หุ้นวัฏจักรถือเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง เกือบสูงสุดเลยก็ว่าไ้ด้ครับ แต่หากเราลงทุนถูกทางก็จะให้ผลตอบแทนกลับมาสูงเช่นกัน [premium level=”1″ teaser=”no” message=”หากต้องการอ่านบทความนี้กรุณา”] คำว่า “วัฏจักร” นั่นหมายถึงมันจะต้องมีการขึ้นลง วนเวียน ครบรอบกลับมาอีกครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วหุ้นวัฏจักรมักจะเป็นหุ้นที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ที่่ต้องอ้างอิงกับ Demand และ Supply ของตลาดโลกเป็นหลักครับ ใครชอบเล่นหุ้นวัฏจักรต้องทำความเข้าใจความเคลื่อนไหวของสินค้าโภคภัณฑ์เป็นอย่างดี นักลงทุนระดับโลกท่านหนึ่งก็ชอบเล่นหุ้นประเภทนี้ครับ นักลงทุนที่ว่าคือ คุณปีเตอร์ ลินซ์ นั่นเอง ประเภทของหุ้นวัฏจักร สามารถแบ่งเป็นสองกลุ่มหลักคือ หุ้นสินค้าสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ตัวอย่างเช่น น้ำมัน ปิโตรเคมี แร่เหล็ก แร่สังกะสี ถ่านหิน เรือ เป็นต้นครับ หุ้นแบบนี้จะมีวัฏจักร ขึ้นลง ตามอุปสงค์ อย่างการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และอุปทาน คือ จำนวนของผู้ผลิตรายใหญ่ๆ ในอุตสาหกรรม เช่น การเพิ่มของจำนวนโรงกลั่นในธุรกิจปิโตรเคมี การเพิ่มขึ้นของจำนวนเรือในธุรกิจขนส่งทางทะเล เป็นต้นครับ หุ้นสินค้าหรือบริการที่มีความต้องการผันผวนตามสภาพเศรษกิจ ตัวอย่างเช่น หุ้นกลุ้มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง รถยนต์ อิเลคทรอนิกส์ รวมไปถึง หุ้นธนาคาร บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ด้วยครับ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ชะลอการซื้อได้ และแต่ล่ะเจ้าไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก […]