เจาะหุ้นวีไอ ไม่เสี่ยง
8

หุ้น MDX น่าสนใจขนาดไหน

มีเพื่อนๆ ถามเกี่ยวกับหุ้น MDX ว่าน่าสนใจขนาดไหนผมเลยขออนุญาติฉายภาพคร่าวๆ ให้พิจารณากันครับ… หุ้นตัวนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับนิคมอุตสาหกรรมโดยในปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรมทั้งสิ้นจำนวน 48 แห่ง และสวนอุตสาหกรรม 25 แห่ง กระจายอยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุนต่างๆ จากข้อมูลที่ได้มานี้ ทำให้เราพอจะทราบว่าภาวะการแข่งขันในการขายพื้นที่ทำเลดังกล่าวของ MDX อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงครับ
[premium level=”1″ teaser=”no” message=”หากต้องการอ่านบทความนี้กรุณา”]

หุ้น MDX

สำหรับนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ MDX ยังคงเน้นกลุ่มเป้าหมายอุตสาหกรรมด้านชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเลคทรอนิคส์เป็นสำคัญ และเปิดกว้างต่ออุตสาหกรรมทุกประเภทให้มาจัดตั้งภายในนิคมอุตสาหกรรมได้ ด้วยศักยภาพความพร้อมของพื้นที่ตั้งโครงการ ความสมบูรณ์พร้อมของระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่ไม่อยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกที่มีจุดอิ่มตัวของธรรมชาติ ในการรองรับมลพิษและฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม ที่แม้ว่าแต่ละโรงงานอุตสาหกรรมจะมีมาตรการคุมเข้มในการควบคุมการปล่อยมลพิษให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับแล้วก็ตามครับ

ปัจจุบัน การพัฒนาโครงการเสร็จสมบูรณ์แล้ว และบริษัทฯ ยังคงมีพื้นที่เขตอุตสาหกรรมพร้อมขายเหลืออยู่อีกประมาณ 472 ไร่ หรือประมาณ 13% ของพื้นที่ขายรวม นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้เป็น 1 ใน 19 นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุนเขต 2 ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์น้อยกว่าเขตส่งเสริมการลงทุน 3 และยังอยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากกบินทร์บุรีและปลวกแดง จังหวัดระยอง ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนเขต 3 เพียง 50 กิโลเมตร ประกอบกับการส่งเสริมด้านระบบขนส่ง อาทิ ถนน ฯลฯ เข้าสู่พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นไปอย่างช้ามาก หากเทียบกับเขตส่งเสริมการลงทุนเขต 3 เฉกเช่นระยอง ปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อการดำเนินการด้านการขายของนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้อยู่พอสมควร

ถึงแม้ว่าจะประสบปัญหาข้างต้น บริษัทฯ ก็ยังพยายามดำเนินการด้านการตลาดและการขายอย่างต่อเนื่อง และเน้นกลยุทธการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายโดยตรง นอกจากพื้นที่พัฒนาพร้อมขายแล้วบริษัทฯ ยังคงมีพื้นที่รอการพัฒนาอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ใหม่ บริษัทฯ คงต้องพิจารณาช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยในปัจจุบันบริษัทฯ จะเน้นการขายพื้นที่ที่พัฒนาแล้ว พร้อมกับพัฒนาปรับปรุงการให้บริการและดูแลระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในเขตพื้นที่ที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก ดังนั้น การดำเนินงานด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ จะเป็นไปในอัตราที่ไม่สูงมาก และเป็นการรอคอยจังหวะและเวลาที่เหมาะสมครับ

การตลาดและภาวะการแข่งขัน

ในรอบปีที่ผ่านมา ภาวะการแข่งขันและการตลาดยังคงมีรูปแบบและวิธีการเหมือนเดิม กล่าวคือผู้พัฒนานิคมอุสาหกรรมยังคงมุ่งเน้นการเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ทั้งผ่านที่ปรึกษาด้านการตลาดการขาย และผ่านบริษัทนายหน้าต่างชาติที่มีเครือข่ายกว้างขวาง โดยการชูจุดเด่นของนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค แต่ด้วยลักษณะเฉพาะของธุรกิจที่การซื้อขายแต่ละครั้งมักมูลค่าสูง และเป็นการลงทุนทรัพย์สินในระยะยาว ดังนั้นลูกค้าผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ต้องมีความรู้ความเข้าใจ และมีทีมงานที่ทำการศึกษารวบรวมข้อมูลทางเทคนิคในเชิงลึก การตัดสินใจซื้อขายที่ดินอุตสาหกรรมแต่ละครั้งมีการจัดส่งทีมงานมาหลายชุดทำการสำรวจพื้นที่ทั้งในส่วนพื้นที่อุตสาหกรรมเป้าหมาย และพื้นที่คู่แข่งเชิงเปรียบเทียบ นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ มีปัจจัยหลักที่ใช้เป็น จุดขาย ดังนี้

1. นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 82 กิโลเมตร สนามบินสุวรรณภูมิ 65 กิโลเมตร และท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังประมาณ 85 กิโลเมตร ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งที่ถือว่ามีการคมนาคมสะดวก ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการ นอกจากนั้นนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ยังมีตำแหน่งที่ตั้งโครงการบริเวณชัยภูมิที่ดีที่สุด กล่าวคือเป็นพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ทื่ถือได้ว่าอยู่ระหว่างกึ่งกลางการขนส่งคมนาคม 2 บริเวณ ประกอบด้วยจุดเชื่อมโยงกับพื้นชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกในจังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง จุดเชื่อมโยงกับพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือในจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครราชสีมา ดังนั้นหากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือการจลาจลใดๆ การขนส่งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สามารถมีเส้นทางหลีกเลี่ยง ใช้เส้นทางสำรองให้กับผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมได้

2. นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ตั้งอยู่เชิงเขาที่มีระดับความสูงของพื้นดินประมาณ 30 เมตรถึง 50 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง มีระบบระบายน้ำขนาดใหญ่ ทั้งรางระบายน้ำเปิด ท่อระบายน้ำปิดที่มีประสิทธิภาพทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554

3. ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง ที่ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ กนอ. และเพียงพอที่จะรองรับกับพื้นที่เขตอุตสาหกรรมที่ได้เปิดขาย ทั้งในด้านแหล่งน้ำดิบ ด้านพลังงาน และด้านสื่อสารโทรคมนาคม โดยความเพียงพอของปริมาณน้ำดิบและคุณภาพน้ำดิบที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าภาวะแล้งที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเวลาที่ผ่านมามิได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการผลิตของผู้ประกอบการ นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ มีปริมาณน้ำดิบที่เพียงพอสำรองไว้สำหรับการพัฒนาขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง คุณภาพน้ำดิบที่นำมาผลิตน้ำประปามีความสม่ำเสมอ นอกจากนั้นมีการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปรับเปลี่ยนประเภทท่อส่งจ่ายน้ำดิบ ที่สำคัญในรอบปีพ.ศ.2554 มีการสำรวจปริมาณตะกอนที่สะสมอยู่ภายในอ่างเก็บน้ำดิบภายในนิคมอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบถึงปริมาณกักเก็บน้ำดิบที่มี รวมถึงคุณภาพของน้ำ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ตั้งอยู่นอกพื้นที่คุ้มครองมลพิษสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 ปริมาณการรองรับมลภาวะสิ่งแวดล้อมของนิคมอุตสาหกรรมยังมีความสามารถในการรองรับได้อย่างเพียงพอ หากพิจารณาพื้นที่ใช้งานอุตสาหกรรมของแต่ละโรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรมพบว่าอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักด้านยานยนต์และอิเลคทรอนิคส์ มีการใช้พื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมมาก แต่พื้นที่ประกอบการผลิตใช้พื้นที่น้อย มลภาวะสิ่งแวดล้อมที่ระบายออกมาในบรรยากาศ เมื่อเทียบกับพื้นที่โล่งว่างที่รองรับมลพิษยังมีส่วนที่น้อยไม่ก่อให้เกิดสภาวะเกินความสามารถในการรองรับมลพิษสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใดครับ (คุณผู้อ่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยดาวน์โหลดแบบ 56-1 จาก www.set.or.th ครับ)

สำหรับรายละเอียดของตัวเลขทางการเงินจะพบว่าในไตรมาสล่าสุด MDX มีกำไรเพิ่มขึ้นมากครับ ผมลองหา “ข่าว” ดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรกับหุ้นตัวนี้ก็พบกับข่าวนี้ครับ

นายพิชญพงศ์ ณ บางช้าง กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอ็มดีเอ็กซ์ (MDX) เปิดเผย ว่า บริษัทคาดว่ากำไรปีนี้จะทำสถิติสูงสุด จากการที่บริษัทขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ จ.ฉะเชิงเทราได้มาก โดยเฉพาะในไตรมาส 2/55 ที่ขายได้ประมาณ 200 ไร่ จำนวน 400 ล้านบาท และในไตรมาส 3 คาดว่าจะขายที่ดินได้อย่างต่ำ 50 ไร่ หรือประมาณ 100 ล้านบาท นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างรอดีลลูกค้าญี่ปุ่น อีกจำนวน 100 ไร่ที่ได้ติดต่อมาแล้ว โดยคาดว่าอาจจะตัดสินใจในช่วงไตรมาส 4/55 ทั้งนี้ คาดว่ารายได้รวมของบริษัทในปี 55 มีประมาณ 1.1 พันล้านบาท โดยในงวด 6 เดือนมีรายได้รวม 943 ล้านบาท จากปีก่อน 785 ล้านบาท สำหรับงวด 6 เดือนมีกำไรสุทธิ 382.42 ล้านบาท ในปี 54 มีกำไรสุทธิ 144 ล้านบาท

จากข่าวดังกล่าวเราพบว่าบริษัทมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากยอดขายที่ดินซึ่งนักลงทุนควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริษัทจะสามารถรักษายอดขายที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษให้เป็นยอดขายที่สามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืนในอนาคตหรือเปล่า แต่อย่างไรก็ตามสำหรับนักเก็งกำไร เข้าใจว่าน่าจะมีหลายหลักทรัพย์เชียร์ หากต้องการเก็งกำไรควรรักษาวินัยในการลงทุนให้เคร่งครัดนะครับ

หมายเหตุ “บทความบางส่วนเป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้นนะครับ โดยผมไม่ได้มีเจตนาจะชี้นำใดๆ และพยายามรักษาความเป็นกลางให้มากที่สุด โปรดใช้วิจารณญานในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารครับผม”

ขอบคุณครับ (นายแว่นธรรมดา)

ข่าวหุ้น MDX

ผู้สื่อข่าวรายงานราคาหุ้น บริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MDX ณ เวลา 10.45 น. บวก 0.35 บาท หรือ 5.38% มาที่ 6.85 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 280.89 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.72% ทั้งนี้ ราคาหุ้น MDX พุ่งขึ้นแรงจากระดับราคา 6.15 บาท ในวันที่ 26 ก.ย. มาแตะที่ระดับราคา 6.85 บาท ในวันนี้

บล.คันทรี่ กรุ๊ป ระบุในบทวิเคราะห์ว่า MDX ในไตรมาส 3 นี้ยังมีโอกาสขายที่ดินได้อีกอย่างน้อย 200 ไร่ให้ญี่ปุ่น โดยรับอานิสงส์จากน้ำท่วม นอกจากนี้รายได้จากขายระบบสาธารณูปโภค ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกที่เป็นโรงไฟฟ้า และจากปัจจัยข่าวเรื่องโอกาสในการขายที่ดินปริมาณมาก น่าจะทำให้กำไรไปแรงกว่านี้

ขณะที่ประเมินจากครึ่งปีเป็นเกณฑ์กำไรสูงถึง 434 ล้านบาท และจากข้อมูลการขายที่ดินรวมทั้งรายได้อื่น ๆ กำไรปีนี้ไม่ควรจะน้อยกว่า 700 ล้านบาท หรือ EPS 1.4 บาท ถ้าให้ PE เพียง 10 เท่า มูลค่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดดไปที่ระดับ 14 บาท และ Book value อยู่ที่ 8.2 บาท และบริษัทอาจจะไม่มีความจำเป็นในการลดทุน เพื่อล้างขาดทุนอีกต่อไป เนื่องจากกำไรในปีหน้าอาจจะมีเพียงพอที่จะนำมาล้างขาดทุนได้

สำหรับการพลิกกลับเป็นกำไร ทำให้ ROE สิ้นปี 55 แตะที่ระดับ 18% เป็นอย่างน้อย และค่า PE เหลือเพียง 4.6 เท่า จากเดิมที่เคยสูงเป็นร้อยเท่า ดังนั้นราคาหุ้นในกระดานแม้จะขึ้นมาต่อเนื่องแล้วแต่ยัง Under value อีก 120% เห็นจะได้สัญญาณกราฟที่เหวี่ยงตัวเป็นกระทะหงายใบใหญ่แนวต้านให้ไว้ 8 บาท แนะนำ trading
[/premium]

เปิดรับสมัครสมาชิก

เว็บบล็อก “นายแว่นธรรมดา” เปิดรับสมัครสมาชิกรายปีครับ โดยสมาชิกจะได้รับหนังสืออีบุ๊กส์ฟรี 1 เล่มจาก “ร้านหนังสืออีบุ๊กส์ นายแว่นธรรมดา” มีหนังสือเกี่ยวกับการเงิน การลงทุน การทำธุรกิจส่วนตัว ให้เลือกซื้อแล้วนะครับ สำหรับสมาชิก 9 ปี ดาวน์โหลดหนังสือฟรี 1 เล่มครับ… สมาชิกตลอดชีพรับฟรีอีบุีกส์ 2 เล่ม เข้าไปดูวิธีการสั่งซื้อหนังสือได้ที่นี่ครับ
http://naiwaenstore.com/store/how-to-order/

สมัครสมาชิก

Share:
  • googleplus
  • linkedin
  • tumblr
  • rss
  • pinterest
  • mail

Written by naiwaen_admin

There are 8 comments

  • Sak says:

    สวัสดีครับคุณแว่น อยากทราบแน้วโน้มอสังหาริมทรัพย์ตำบลหัวสำโรง นิคมเกทเวย์ว่าจะดีหรือไม่ ขอความคิดเห็นด้วยครับ

    • สวัสดีครับ ลองเข้าไปติดตามเรื่องราวของการลงทุนอสังหาฯ ที่นี่ดูครับ http://www.topofliving.com ส่วนอสังหาฯ แถวนิคมเกทเวย์ ผมจะค่อยๆ หาข้อมูลให้นะครับ ใครมีข้อมูลดีๆ มาแชร์กันได้นะครับ ขอบคุณครับ

  • เพิ่งซื้อหนังสือคุณมาอ่านชอบมากเลยตามมาอ่าน ในwebได้ความรู้ดีขอบคุณมากค่ะ

  • Nop Pho says:

    ซื้อหนังสือมาอ่านแล้วคับ ขอบคุณ

  • idEA** says:

    พี่แว่นครับ สำหรับตัวนี้ นั้นจากที่ได้อ่านข้อมูลที่พี่นำมา ณ ตรงนี้ MDX ดีขึ้น อันเนื่องมาจากการขายที่ดิน ซึ่งไม่ใช่การดำเนินกิจการที่แท้จริง นั่นย่อมหมายความว่า ในปีนี้ น่าจะไม่สามารถทำกำไรได้อย่างเดิม ถูกมั้ยครับ

    เท่าที่ดูในไตรมาส 1 นี้ พบว่า… กำไรที่ทำได้ น้อยลงกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย และไม่คิดว่าในปีนี้จะมีการขายที่ได้เท่าเมื่อปีก่อน

    ดังนั้น ณ ระดับราคานี้ เป็นจุดอันตรายแล้วใช่มั้ยครับ…

    ล่าสุด ได้ยินว่า จะเข้าประมูลโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ทำให้ราคามีอาการกระเตื้องขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ดูเหมือนพลังงานแสงอาทิตย์นั้นจะให้กำไรที่น้อยลงกว่า รุ่นก่อน อันเนื่องมาจาก Adder ลดลงจาก 8 เหลือ 6.5 บาท

    พี่มีข้อคิดเห็นเช่นไรบ้างครับ

    • ที่วิเคราะห์มากถูกต้องเลยครับ ตัวนี้โตเพราะมีกำไรพิเศษครับ ต้องติดตามกันต่อไปว่ากำไรจะสม่ำเสมอต่อไปในอนาคตหรือไม่ครับผม

  • MDXยิ้มปี57กำไรพุ่งกระฉูดกลุ่มทุนซื้อที่ล็อตแรก300ไร่
    MDX ติดปีกมั่นใจว่าปี 2557 กำไรพุ่งพรวดใกล้เคียงปี 2555 ที่ 457.28 ล้านบาท จับตาครึ่งปีหลังขายที่ดินล็อตใหญ่ 700 ไร่ แย้มกลุ่มทุนญี่ปุ่นดอดซื้อที่ดินล็อตแรก 300 ไร่ มูลค่า 900 ล้านบาทแล้ว จับตาสยายปีกทำโรงไฟฟ้าประเทศเพื่อนบ้าน ฟากกูรูฟันธงปี 2557 โกยกำไร 400 ล้านบาท โตเกิน 80% หนุนเป้า 14.10 บาท (ที่มา ข่าวหุ้น)

  • Leave a comment

    Want to express your opinion?
    Leave a reply!

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>