กลยุทธ์ลงทุนหุ้น : หาหุ้นทำเงินสไตล์ VI

หาหุ้นทำเงินสไตล์VI

จากประสบการณ์การลงทุนมาหลายปี ในช่วงปีแรกๆ ของการลงทุนของผมนั้น มีทั้งขาดทุน และกำไรสลับกันไป โดยส่วนใหญ่จะหนักไปทาง “ขาดทุน” แต่พอมาช่วงปีหลังๆ ภาพของการลงทุนนั้นสลับกัน ผมมักจะกำไรมากกว่าที่จะขาดทุน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

best aj 488 size

จากการที่ผมมานั่งวิเคราะห์ตัวเอง พบว่า… แนวคิดการลงทุนส่วนตัวของผมนั้น “เปลี่ยนไป” วิธีการเปลี่ยนไปทั้งหมดเรียกว่า หน้ามือเป็นหลังมือ ตั่งแต่เริ่มต้นการเล่นหุ้นในวันแรกเลยทีเดียว แนวคิดก็คือ …

ประการแรก “หาหุ้นลงทุน”

วิธีการหาหุ้นลงทุนของผมก็มีหลากหลาย ตั้งแต่หาหุ้นจากข่าว จากในเว็บบอร์ด จากการสังเกตสิ่งรอบตัว ฯลฯ แต่โดยปกติแล้วผมมักจะหาหุ้นจากการสังเกตสิ่งรอบตัวมากกว่าวิธีอื่นๆ

ยกตัวอย่างเช่น ในปัจจุบันรถติดมาก ผู้คนกลุ่มหนึ่งที่ต้องเดินทางไปทำงานในเมือง ต้องโดยสารรถสาธารณะ หรือขับรถยนต์ส่วนตัว ต่างก็ปวดหัวกับรถติด ทำให้การเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้าน่าจะเป็นเทรนด์ในอนาคต เนื่องจากกำหนดเวลาเดินทางได้ค่อนข้างแน่นอน ประกอบกับคนส่วนใหญ่ไม่สามารถซื้อบ้านในเขตใจกลางเมืองได้แล้วต้องขยับขยายออกมาซื้อบ้านชานเมือง และก็หวังว่ารถไฟฟ้าจะช่วยทำให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้น แบบนี้เราก็พอรู้แล้วว่า… อนาคตหุ้นรถไฟฟ้าน่าจะ “สดใส”

BTS

ประการที่สอง “เลือกหุ้นมากลุ่มหนึ่ง”

เมื่อเราหาหุ้นลงทุนได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือ การเลือกหุ้นลงทุน ด้วยการเลือกหุ้นมาเปรียบเทียบกัน ยกตัวอย่างต่อเนื่องเช่น “หุ้นรถไฟฟ้า” นั้น ในตลาดหุ้นของเรามีสองตัว ได้แก่ BTS และ BEM สำหรับการลงทุนเราต้องเข้าใจธรรมชาติของกิจการเสียก่อน

BTS เป็นรถไฟฟ้าบนดินที่วิ่งในใจกลางเมืองเป็นหลัก ดังนั้น Traffic หรือจำนวนผู้โดยสารจึงมีแนวโน้มที่จะมากกว่ารถไฟฟ้านอกเขตใจกลางเมือง และด้วยความที่แหล่งช็อปปิ้ง แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม และแหล่งทำงาน หรือ Office นั้นจะอยู่ใจกลางเมืองเป็นหลัก ทำให้ผู้โดยสารเกือบครึ่งเป็นชาวต่างชาติ หลากหลายภาษา และมักไม่ค่อยเกี่ยงค่าโดยสาร เนื่องจากนักท่องเที่ยวก็มาเที่ยวชั่วคราว (ขาจร) สำหรับนักธุรกิจก็เป็นผู้ที่มีรายได้ค่อนข้างสูง

think beyondBEM สำหรับ BEM เป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน และเร็วๆ นี้ (เดือนสิงหาคม 2559) จะเปิดใช้บริการรถไฟฟ้าบนดินสายสีม่วง เราก็ต้องเข้าใจว่ากลุ่มลูกค้าของ BEM นั้นเป็นกลุ่มคนทำงาน ที่อาจจะคำนึงถึงค่าโดยสารค่อนข้างเป็นประเด็น “สำคัญ” เนื่องจากต้องใช้บริการบ่อยแทบทุกวัน และด้วยความเป็นรถไฟฟ้านอกเขตใจกลางเมืองทำให้จำนวนผู้โดยสารจะน้อยกว่าของ BTS อย่างไรก็ตามอนาคตที่ใจกลางเมืองขยายออกไปมากขึ้น ก็จะทำให้อนาคตของ BEM มีจำนวนผู้โดยสารมากขึ้นนั่นเอง

เมื่อเราเปรียบเทียบลักษณะธุรกิจของทั้งสองตัวแล้ว เราก็ต้องทำความเข้าใจ และเลือกหุ้นลงทุน หากเป้าหมายของเราเป็นการลงทุนระยะยาว ก็ควรคิดวิเคราะห์แยกแยะออกมา แต่ส่วนประกอบของกิจการออกมาพิจารณาให้รอบด้าน เพราะหุ้นรถไฟฟ้าไม่ได้มีแต่การเก็บค่าโดยสารเพียงอย่างเดียว ยังมีพื้นที่บนสถานีรถไฟฟ้าให้เช่า พื้นที่โฆษณาบนสถานี แม้แต่อู่ซ่อมบำรุงรักษารถไฟฟ้าก็เป็นรายได้อีกทางหนึ่งด้วยนะครับ

ประการที่สาม “ประเมินมูลค่าหุ้นก่อนซื้อ”

เมื่อเราได้หุ้นจากการเปรียบเทียบข้อดี และข้อเสีย ออกมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ “การประเมินมูลค่าหุ้น” วิธีที่ใช้ก็มีหลากหลายขึ้นอยู่กับประเภทของหุ้นที่เราลงทุน สำหรับผมวิธีที่ชอบใช้ก็คือ EV/EBITDA

วิธีนี้ทำได้โดยการหามูลค่าของกิจการทั้งหมด (EV) ออกมาเสียก่อน ด้วยสูตรต่อไปนี้

EV = Market Cap + หนี้สิน – เงินสด

วิธีการนี้หมายความว่าหากเราต้องซื้อกิจการทั้งบริษัทเราต้องใช้เงินเท่าไร โดยดูจากขนาดของกิจการ ณ.ขณะนั้น หรือ Mcap รวมเข้ากับหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมด หักออกด้วยเงินสดๆ ที่บริษัทมี ยกตัวอย่างเช่น

บริษัท A มีขนาดกิจการ Mcap 1,000 ล้าน มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 500 ล้าน มีเงินสดในบริษัท 100 ล้าน

EV = 1,000 + 500 – 100 = 1,400 ล้าน

หากกิจการนี้มีกำไรขั้นต้น หรือ EBITDA = 400 ล้านบาท

EV/EBITDA = 1,400 / 400 = 3.5 เท่า

วัดมูลค่าหุ้น2สำหรับค่า EV/EBITDA เราสามารถประเมินคล้ายกับ PE แต่แทนที่เราจะใช้กำไรสุทธิ เรากลับใช้กำไรขั้นต้นมาเทียบกับขนาดกิจการทั้งหมดแทน ยิ่งค่านี้มีสัดส่วนที่น้อยยิ่งดี เกณฑ์ที่ผมใช้เสมอมาก็คือหากค่า EV/EBITDA ต่ำกว่า 10 เท่าถือว่ากิจการนี้มีราคาไม่แพง ในกรณีที่เราคำนวณได้ถือว่าราคาถูกมาก และถ้า EV/EBITDA นิ่งในปัจจุบันถือเป็น “โอกาส” ในการเก็บสะสมหุ้นรอวันที่ค่า EV/EBITDA จะปรับเพิ่มขึ้นในอนาคตนั่นเอง

ประการที่สี่ “กำหนดกลยุทธ์เข้าซื้อหุ้น”

เมื่อเราได้หุ้นในกลุ่มที่ต้องการลงทุน นำมันมาเปรียบเทียบกับหุ้นหลายๆ ตัว และประเมินราคาเข้าซื้อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือ การกำหนดกลยุทธ์เข้าถือหุ้น

หลายคนอาจจะคิดว่า… ถ้าเรารู้ราคาเป้าหมายแล้ว ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องกำหนดกลยุทธ์อะไรเลย แต่ความเป็นจริงก็คือ เป้าหมายราคาที่ราคำนวณเอาไว้อาจผิด หรือราคาไม่ลงมาให้เราซื้อ และสุดท้ายเราก็ตกรถ ไม่ได้ซื้อในราคาที่ควรจะซื้อ สำหรับผมแล้ว แม้เราจะคำนวณราคาเป้าหมายที่จะซื้อเอาไว้ได้แล้ว แต่ก็ควรมี “กลยุทธ์” ในการเข้าซื้อด้วย

กลยุทธ์ที่ผมนิยมใช้ก็คือ “การแบ่งไม้ซื้อ” ผมมักจะแบ่งไม้ซื้อหุ้นออกเป็นอย่างน้อย 3 ไม้ สมมติว่าผมต้องการซื้อหุ้นตัวหนึ่งให้ครบ 1 แสนหุ้น ผมก็จะแบ่งไม้ซื้อออกเป็นสามไม้ ดังนี้

  • ไม้แรก 25,000 หุ้น เมื่อราคาใกล้เคียงราคาที่คำนวณเอาไว้ทั้งขาขึ้น และขาลง โดยไม้แรกผมจะซื้อเพื่อเป็นไกด์ บางครั้งผมยังแบ่งไม้แรกออกเป็นไม้ย่อยๆ อีก 2-3 ไม้ ซื้อทุกครั้งเมื่อราคาขยับลง ลงก็ทยอยซื้อไปเรื่อยๆ จนหมดไม้ สาเหตุที่ผมทำแบบนี้เป็นเพราะ หากราคาหุ้นไม่ลงไปตามเป้าที่วางเอาไว้ผมก็ยังมีหุ้นติดมือไปขายตอนราคาขยับถึงจุดที่ควรขายนั่นเอง
  • ไม้สอง 25,000 หุ้นเมื่อราคาขยับลงมาถึงราคาเป้าหมายที่คำนวณเอาไว้ หากเราโชคดีราคาขยับลงไปถึง Target Prize ที่คำนวณเอาไว้เราก็อัดทีเดียวในไม้สอง และรอดูว่าราคาจะขยับไปทิศทางใด (ไม่จำเป็นต้องอัดเต็มทีเดียว)
  • ไม่สุดท้าย 50,000 หุ้น หากราคาเริ่มกลับเป็นขาขึ้น เมื่อเราถือหุ้นไปซักระยะพอราคาเริ่มปรับตัวขึ้น บางครั้งเราสามารถใช้กราฟดูสัญญาณ “ขาขึ้น” ประกอบด้วย ผมจะอัดไม้สุดท้ายทีเดียว และถือให้กำไรมันขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อรอขายที่ราคาเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม… กลยุทธ์การซื้อหุ้นนั้นเป็นปัจเจกบุคคล หมายความว่า เราควรมีกลยุทธ์การเข้าซื้อหุ้นตามแต่สไตล์ของเราเอง และไม่ใช่กฎตายตัวแต่ประการใด ไว้ในช่วงหลังๆ เราจะพูดคุยกันมากขึ้นในการณ์นี้

ประการที่ห้า “หาจังหวะขายหุ้น”

มาถึงขั้นตอนสุดท้ายก็คือ “การขายหุ้น” เพราะหุ้นที่ดีมันอาจไม่ดีตลอดไป จังหวะการขายที่ดีสำหรับผมคือ เมื่อเราได้กำไรราว 50% ขึ้นไป หรือกำไรที่เราพอใจ และเราไม่คิดจะลงทุนระยะยาวตั้งแต่แรก ก็ควรขายทำกำไร

แต่หากเราคิดจะลงทุนระยะยาว … เราต้องดูพื้นฐานของหุ้นประกอบการตัดสินใจ เมื่อพื้นฐานยังไม่เปลี่ยน เราสามารถถือไปเรื่อยๆ จนกว่าพื้นฐานจะเปลี่ยน บางครั้งผมก็ถือหุ้นตัวหนึ่ง 3-5 ปี ก็มีครับ

ยกตัวอย่างเช่นหุ้นรถไฟฟ้า… ตราบใดที่ยังมีคนใช้รถไฟฟ้าโดยสารเดินทาง และมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ผมก็ยังไม่ขาย บางทีอาจต้องถือเป็นมรดกให้ลูกก็เป็นไปได้เหมือนกันครับ อิอิ…

สรุปว่า… การหาหุ้นลงทุนนั้นขั้นแรกๆ จะยากที่สุด เราควรหาหุ้นพื้นฐานดีๆ ไม่ใช่หุ้นปั่น และควรมีความประสงค์ว่าจะทำกำไร หรือจะลงทุนยาวๆ ตั้งแต่ตอนตัดสินใจซื้อหุ้น เพื่อให้เราสามารถกำหนดกลยุทธ์เข้าซื้อ และขายออกได้เหมาะสมตามเป้าประสงค์ที่เราตั้งเอาไว้นั่นเองครับ ๑naiwaentammada

note naiwaen 09

#‎หนังสือน่าอ่าน‬ เจาะหุ้น VI เกาะกระแสเมกะเทรนด์

กระแสเมกะเทรนด์ในยุคใหม่มีอะไรบ้าง และเราจะลงทุนอย่างไรให้เกาะไปกับกระแส เพื่อไม่ให้ตกรถ หนังสือเล่มนี้จะบอกเล่าประสบการณ์ลงทุนในหุ้น จะทำให้คุณไม่ต้องเสี่ยงกับหุ้นที่เราไม่รู้จัก และปลอดภัยจากการลงทุนได้มากขึ้นอย่างแน่นอนครับ

หน้าปก เจาะหุ้นวีไอเกาะกระแสเมกะเทรนด์

บทนำ “จุดเริ่มต้นของการลงทุนแนววีไอ”
บทที่ 1 เลือกหุ้นอย่างไรให้ปลอดภัย
บทที่ 2 เจาะหุ้นเหล็ก
บทที่ 3 ยุคแห่งพลังงานสะอาด และเมกะเทรนด์โรงไฟฟ้า
บทที่ 4 บทเรียนหุ้นพลังงานทดแทน
บทที่ 5 เจาะแก่นหุ้นเล็กโตไว
บทที่ 6 วีไอซื้อหุ้นต้องดูอะไรบ้าง?
บทที่ 7 ประสบการณ์ลงทุนหุ้นโภคภัณฑ์
บทที่ 8 ประสบการณ์ลงทุนหุ้นรถไฟฟ้า และหุ้นคอนโดมิเนียม

ติดตามได้ที่นี่เลยครับ “คลิ๊กเพื่อเข้าสู่หนังสือ”

นายแว่นธรรมดา

อ่านหุ้นที่เกี่ยวข้อง และหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ “คลิ๊กเลย”

อ่านทุกเรื่องราวของความสำเร็จที่คุณทำได้อย่างแน่นอน “คลิ๊กอ่านที่นี่”

และอ่านทุกเรื่องราวของหุ้นอสังหา หุ้นที่จะได้รับอนิงสงค์จากการที่มีรถไฟฟ้าหลากหลายสายเกิดขึ้น! คลิ๊กอ่านต่อที่นี่เลยครับ

อ่านหนังสือเสริมความรู้ #ลงทุนหุ้นให้โตเร็ว : ปัญหาของนักลงทุนหุ้นโตเร็วก็คือ มองหุ้นโตเร็วไม่ออก มองภาพใหญ่ไม่ชัดเจน และจัดพอร์ตไม่เป็น ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปหากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ “ลงทุนหุ้นให้โตเร็ว” ติดตามได้ที่นี่เลยครับ

‪#‎ช่องทางการติดตามข้อมูล‬‪#‎นายแว่นธรรมดา‬

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการติดตามข้อมูล โดยเฉพาะสมาชิกเว็บ www.naiwaen.com ท่านสามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ naiwaentammada@gmail.com

หรือเข้าไปติดตามบทความในรูปแบบคลิ๊ปเสียงที่ https://www.youtube.com/channel/UCcQxvgiObaaA2DI3UOqrXZw

เพื่อนๆ ยังสามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวใหม่ล่าสุดที่บล็อกพันทิป http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=naiwaentammada(ปัจจุบันมียอดเพจวิวกว่า 3.1 ล้านวิว)

หรือยังไม่จุใจท่านยังสามารถเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกันที่นี่ครับ https://plus.google.com/u/0/118319315169248364407

สำหรับเรื่องราวของอสังหาริมทรัพย์… เพื่อนๆ สามารถเข้าไปหาข้อมูลที่ต้องการได้ที่นี่ www.topofliving.com

และเตรียมพบกับเว็บบอร์ดคุยเรื่องหุ้นเร็วๆ นี้นะครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่าน อีโมติคอน grin
สำหรับ “นายแว่นธรรมดา” แล้วเราจะทำให้เพื่อนๆ ทุกท่าน

“มีชีวิตที่ง่าย และดี”

ขอแนะนำเว็บไซค์เกี่ยวกับบ้าน และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ www.topofliving.com

mini LOGO TOP