กลยุทธ์ลงทุนหุ้น “10 ลักษณะหุ้นดีต้องมีเรา”

กลยุทธ์ลงทุนหุ้น “10 ลักษณะหุ้นดีต้องมีเรา”

การมองว่าหุ้นตัวไหนดีไม่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาวแล้วนอกจากจะมองผ่าน “คุณภาพของกิจการ” แล้วเราสามารถมองผ่านงบการเงินที่เป็นตัวสะท้อนความเป็นไปของบริษัท 10 ลักษณะหุ้นดีต้องมีเรา มีอะไรบ้างติดตามได้เลยครับ

Cashing Machine 02

ลักษณะที่ 1 “ยอดขายโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว”

หุ้นที่มีแนวโน้มเติบโต ยอดขายควรจะเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยวิธีการคำนวณการเติบโตของยอดขายสามารถทำได้ดังนี้… การเติบโตของยอดขาย = (ยอดขายปีนี้-ยอดขายปีที่แล้ว)/ยอดขายปีที่แล้ว หากตัวเลขมีการเติบโตค่อนข้างประทับใจ โตได้ราว 10% ขึ้นไป ก็ถือว่าดีน่าวิเคราะห์เจาะลึกกันต่อ

ลักษณะที่ 2 “ลูกหนี้การค้าโตต่ำกว่ายอดขาย”

ยอดขายโตเพียงอย่างเดียวอาจไม่ดี หากลูกนี้การค้าโตเร็วกว่า เพราะนั่นหมายความว่าบริษัทขายของแล้วเก็บเงินไม่ได้ แต่ถ้าลูกหนี้การค้าโตสัมพันธ์กับยอดขาย เช่น ยอดขายโต 10% ลูกหนี้การค้าก็โต 10% เท่ากัน ถ้าเป็นแบบนี้หมายความว่ากิจการนั้นๆ คุมลูกหนี้ได้ ก็นำไปวิเคราะห์กันต่อได้

ลักษณะที่ 3 “สินค้าคงเหลือต้องโตน้อยกว่ายอดขาย”

เมื่อเรานำมาวิเคราะห์กันต่อ เราต้องดูว่าสินค้าคงเหลือโตน้อยกว่ายอดขายหรือไม่ เพราะหากสินค้าคงเหลือโตเร็วกว่ายอดขาย หมายความว่าเกิด “สต๊อกตาย” หรือ Dead Stock ผลิตสินค้ามาเกินกว่าที่จะขาย หรือซื้อมาเก็บไว้เยอะแต่ขายไม่ทัน แบบนี้ไม่ดี แต่ถ้าสินค้าคงเหลือโตน้อยกว่ายอดขาย หมายความว่าขายออกไปได้เร็ว นั่นเป็นเรื่องที่ดีครับ

ลักษณะที่ 4 “อัตรากำไรสุทธิต้องโตพอๆ กับยอดขาย”

ถ้ายอดขายโต 10% แต่กำไรสุทธิโตเพียง 5% นั่นไม่ดี ต้องมีอะไรผิดปกติ ต้นทุนขายมากขึ้นหรือไม่ สิ่งที่ดีก็คือ อัตรากำไรสุทธิต้องโตพอๆ กับยอดขาย และในอนาคตอัตรากำไรสุทธิควรโตเร็วกว่ายอดขาย นั่นคือสัญญาณของหุ้นโตไว

ลักษณะที่ 5 “ต้นทุนขายต้องโตช้ากว่ายอดขาย”

หากกำไรสุทธิโตพอๆ กับยอดขายแล้ว แต่เราพบว่าต้นทุนขายยังโตได้ช้ากว่ายอดขาย นั่นเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างจะดีมาก เพราะกิจการเริ่มเกิดการประหยัดต่อขนาด หรือ Economic of Scale เมื่อต้นทุนขายเริ่มลดลง กำไรจะเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นก็จะเพิ่มขึ้น

naiwaentammada big money

ลักษณะที่ 6 “กระแสเงินสดจากการดำเนินงานควรใกล้เคียงกำไรสุทธิ”

ถ้ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานน้อยกว่ากำไรสุทธิมากๆ แสดงว่าสภาพคล่องไม่ดี เงินเข้ามาแล้วหายไปหมด ส่วนใหญ่จะหมดไปกับการจ่ายหนี้ หรือการลงทุน ทางที่ดีกระแสเงินสดควรแปลงกลับเป็นกำไรสุทธิให้เยอะที่สุดยิ่งเท่ากับกำไรสุทธิเลยยิ่งดีมาก

ลักษณะที่ 7 “กระแสเงินสดอิสระเยอะ”

กระแสเงินสดอิสระจะเป็นกระแสเงินสดที่หักลบจากการลงทุน และการจัดหาเงินมาแล้ว หากเหลือเยอะจะนำไปบันทึกเป็นกำไรสะสม ถ้าเหลือเยอะและกิจการเติบโตยิ่งดี เพราะหมายความถึงการเติบโตโดยไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้ในการทำให้บริษัทเติบโต

ลักษณะที่ 8 “หนี้สินต่อทุนต่ำ”

หนี้สินยิ่งมีน้อยยิ่งดี และหนี้สินต่อทุนของบริษัทที่ดีควรจะต่ำ DE Ratio หรือหนี้สินต่อทุนควรต่ำกว่า 2 เท่า หรือต่ำกว่า 1 เท่ายิ่งดีใหญ่ ยกเว้นหนี้สินที่ดี หากมีมากเพื่อการเติบโต หรือกิจการอยู่ในช่วงของการลงทุน แบบนี้จะเป็นภาวะชั่วคราว ถ้ามีเยอะต้องควบคุมได้ และเป็นหนี้ที่ให้ผลตอบแทนกลับมามากได้ทีหลัง

ลักษณะที่ 9 “EV/EBITDA < 10 เท่า”

EV = Mcap+Debt-Cash หรือขนาดของกิจการทั้งหมด

EBITDA คือ Earning Before Interest Tax Depreciation and Amortization แปลเป็นไทยก็คือ กำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย EBITDA นิยมใช้วัด Performance ของบริษัทที่เป็นพวกโรงงานมีค่าเสื่อมสูงๆ

หากค่าการคำนวณ EV/EBITDA น้อยกว่า 10 เท่า หมายความว่าเราซื้อหุ้นตัวนี้ในราคาที่เหมาะสม ถ้าจะเปรียบก็คล้ายๆ กับ PE แต่ PE ไม่ได้คำนึงถึงกระแสเงินสด และหนี้สินของบริษัทด้วย

ลักษณะที่ 10 “ROE > 15% และต่อเนื่องสม่ำเสมอ”

ROE คือ การหาความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกำไรกับเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้นๆ สูตรที่ใช้กันทั่วไป ก็คือ “ROE = Net Profit/Equity หรือ กำไรสุทธิหารด้วยส่วนผู้ถือหุ้น” ถ้ามีค่าสูง และสูงกว่า 15% อันนี้ดี แต่ควรมีค่าสูงต่อเนื่องสม่ำเสมอ และต้องระวังว่าอาจสูงจากการก่อหนี้อันนี้ต้องดูประกอบด้วยครับ

อย่างไรก็ตามลักษณะทั้ง 10 ประการนั้นไม่สำคัญเท่า “คุณภาพของกิจการ” คือ กิจการที่เราจะลงทุนมีอนาคตหรือไม่ เป็นเมกะเทรนด์หรือเปล่า คู่แข่งเข้ามาง่ายมั้ย แต่คุณสมบัติเหล่านี้ก็บ่งบอกกลายๆ ว่าหุ้นดีต้องมีเราควรมีลักษณะแบบนี้แหละ!

อ่านหุ้นที่เกี่ยวข้อง และหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ “คลิ๊กเลย”

อ่านทุกเรื่องราวของความสำเร็จที่คุณทำได้อย่างแน่นอน “คลิ๊กอ่านที่นี่”

และอ่านทุกเรื่องราวของหุ้นอสังหา หุ้นที่จะได้รับอนิงสงค์จากการที่มีรถไฟฟ้าหลากหลายสายเกิดขึ้น! คลิ๊กอ่านต่อที่นี่เลยครับ

อ่านหนังสือเสริมความรู้ #ลงทุนหุ้นให้โตเร็ว : ปัญหาของนักลงทุนหุ้นโตเร็วก็คือ มองหุ้นโตเร็วไม่ออก มองภาพใหญ่ไม่ชัดเจน และจัดพอร์ตไม่เป็น ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปหากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ “ลงทุนหุ้นให้โตเร็ว” ติดตามได้ที่นี่เลยครับ

‪#‎ช่องทางการติดตามข้อมูล‬‪#‎นายแว่นธรรมดา‬

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการติดตามข้อมูล โดยเฉพาะสมาชิกเว็บ www.naiwaen.com ท่านสามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ naiwaentammada@gmail.com

หรือเข้าไปติดตามบทความในรูปแบบคลิ๊ปเสียงที่ https://www.youtube.com/channel/UCcQxvgiObaaA2DI3UOqrXZw

เพื่อนๆ ยังสามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวใหม่ล่าสุดที่บล็อกพันทิป http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=naiwaentammada(ปัจจุบันมียอดเพจวิวกว่า 3.1 ล้านวิว)

หรือยังไม่จุใจท่านยังสามารถเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกันที่นี่ครับ https://plus.google.com/u/0/118319315169248364407

สำหรับเรื่องราวของอสังหาริมทรัพย์… เพื่อนๆ สามารถเข้าไปหาข้อมูลที่ต้องการได้ที่นี่ www.topofliving.com

และเตรียมพบกับเว็บบอร์ดคุยเรื่องหุ้นเร็วๆ นี้นะครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่าน อีโมติคอน grin
สำหรับ “นายแว่นธรรมดา” แล้วเราจะทำให้เพื่อนๆ ทุกท่าน

“มีชีวิตที่ง่าย และดี”

ขอแนะนำเว็บไซค์เกี่ยวกับบ้าน และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ www.topofliving.com

mini LOGO TOP