มือใหม่เล่นหุ้น กดสูตรทำกำไร : สร้างกระแสเงินสดจากการลงทุนหุ้นทำอย่างไร

มือใหม่เล่นหุ้น กดสูตรทำกำไร : สร้างกระแสเงินสดจากการลงทุนหุ้นทำอย่างไร

“ซื้อหุ้นให้กำไร” เป็นโจทย์หินสำหรับนักลงทุนที่ชอบการสร้างกระแสเงินสดจากการลงทุนหุ้น… หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่คนส่วนใหญ่ไม่สามารถซื้อหุ้นให้กำไรได้ คือการมองภาพรวมของระบบการสร้างกระแสเงินสดจากการลงทุนหุ้นไม่ออก ลองมาดูแผนภาพดังต่อไปนี้นะครับ

มือใหม่เล่นหุ้น กดสูตรทำกำไร

เริ่มต้นจากการหาทุนเริ่มต้นเพื่อที่จะนำมาสร้างกระแสเงินสดจากการลงทุนหุ้นเสียก่อน จากนั้นเราต้องมองหาหุ้นที่มี Up Size หรือส่วนต่างราคาในอนาคต และต้องกำหนด Time Frame ในการทำกำไร หรือระยะเวลาทำกำไร ผมขอแนะนำจากประสบการณ์ตรงว่าควรกำหนดรอบระยะเวลาขายทำกำไร 12 เดือน หรือ 1 ปี ขึ้นไป

วัดมูลค่าหุ้น2จากนั้นเราก็จะเข้าสู่กระบวนการซื้อหุ้น โดยเราต้อง “ซื้อในทางต่ำ” หรือซื้อหุ้นให้มีส่วนเผื่อความปลอดภัย หรือเรียกว่าหุ้นมี Margin of Safety (MOS) การที่เราจะสามารถซื้อหุ้นให้มี MOS ได้ เราต้องคำนวณมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นให้เป็น (เรื่องการคำนวณมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น เป็นเรื่องใหญ่ ติดตามได้ที่นี่ คลิ๊กเลย) หรืออ่านหลักการวัดมูลค่าหุ้นได้ในหนังสือ “วัดมูลค่าหุ้นสไตล์วีไอ”

เมื่อเราได้ราคาซื้อแล้ว หน้าที่ของนักลงทุนคือ “รอ” ให้ราคาหุ้นลงมาจนถึงราคาที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัย และค่อยๆ “ทยอยซื้อหุ้น” อย่างใจเย็น ไม่ต้องรีบร้อนนะครับ นอกจากเราเจอโอกาสดีจริงๆ คือ หุ้นตกแรงๆ 20-30% ภายในวันเดียว แบบนี้เราจะ “ตีแตก” หรือซื้อปริมาณเยอะๆ ได้ไม่ว่ากัน ถ้าคุณมั่นใจ

เมื่อซื้อแล้วเราก็ต้อง “รอให้เป็น” คือ รอให้ครบ Time Frame ที่เราตั้งเอาไว้คือ 12 เดือน หรือ 1 ปี แต่หากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาก่อนครบระยะเวลา เราสามารถ “ขาย” ก่อนได้ทันทีครับ พอเราทำครบจบกระบวนการจะเกิดสิ่งที่ผมเรียกมันว่า “กระแสเงินสด” ที่งอกมาจากส่วนต่างราคาหุ้น คุณสามารถแบ่งไปใช้จ่าย และเติมทุนเพื่อให้ทุนงอกเป็นก้อนใหญ่ขึ้นมาได้ แล้วแต่เลยครับ

กำหนดเงินทุน และกระแสเงินสดที่คุณต้องการ

หากเราคิดจะสร้างกระแสเงินสดจากการลงทุนหุ้น เราควรกำหนดเงินทุน และกระแสเงินสดที่เราต้องการออกมาให้ได้เสียก่อน ตัวอย่างการกำหนดเงินทุน และกระแสเงินสดที่ต้องการ ดังต่อไปนี้

หากเราต้องการกระแสเงินสดเพื่อใช้จ่ายปีละ 5 แสนบาท ตกเดือนละ 4.16 หมื่นบาท

ทางเลือกแรก… เราต้องมีทุน 1 ล้านบาท และต้องทำกำไรให้ได้ 50% ภายใน 1 ปี

ทางเลือกที่สอง… เราต้องมีทุน 2 ล้านบาท และต้องทำกำไร 25% ภายใน 1 ปี

จากทางเลือกทั้งสองแบบเราจะพบว่า ทางเลือกแรกเป็นทางเลือกที่ยากมาก สำหรับคนที่จะทำกำไรได้ 50% ภายใน 1 ปีนั้นต้องบอกตรงๆ ว่ามีน้อยมากๆ ครับ ดังนั้นทางเลือกที่สองจึงง่ายกว่ามาก หลายคนคงบอกว่า… ไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น เราสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายต่อปีให้น้อยลง ยกตัวอย่างเช่น เราต้องการค่าใช้จ่ายต่อปีเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 5 หมื่นบาทต่อปี เราก็จะใช้เงินน้อยลง เหลือเพียง 2 แสนบาท ก็เพียงพอที่จะทำได้แล้ว

ซื้อหุ้นจากความผิดปกติชั่วคราวของราคาหุ้น

หลังจากเรากำหนดกระแสเงินสดที่ต้องการได้แล้ว เราต้องหาเงินทุน (อาจใช้การเก็บออม) เมื่อเราได้เงินทุนเป็นฐานตั้งต้นแล้ว เราต้องเริ่มวางแผนการซื้อหุ้นลงทุน การซื้อหุ้นลงทุนนั้นผมมักจะซื้อหุ้นที่มีความผิดปกติ (ชั่วคราว) เกิดขึ้นกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง นักลงทุนระยะสั้นหลายคนใช้ “กราฟเทคนิคคอล” ช่วยหาหุ้น นั่นไม่ผิดอะไรครับ ลองไปศึกษาดู แต่ผมขอยังไม่กล่าวถึง ณ.ตอนนี้

ตัวอย่างความผิดปกติของราคาหุ้นประกันชีวิต สำหรับสมาชิกเว็บอ่านบทความเพิ่มเติมแบบ Exclusive กรุณา Login หรือสมัครสมาชิกที่นี่ “คลิ๊กเพื่อสมัครสมาชิก” [hide for=”!logged”] 

ผมขอยกตัวอย่างความผิดปกติของราคาหุ้นประกันชีวิตไว้เป็นกรณีศึกษานะครับ ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่าเหตุการณ์ที่ผมยกมาเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น และไม่ควรนำมาอ้างอิงเพื่อการลงทุนในอนาคต ใช้เป็นกรณีศึกษาก็พอนะครับ

ผมเคยพบหุ้นประกันชีวิตตัวหนึ่งมีความผิดปกติของราคาเป็นอย่างมาก โดยราคาหุ้นร่วงลงมาจากจุดสูงสุดกว่า 50% ทั้งๆ ที่กิจการยังสร้างกำไรได้เป็นปกติ นั่นทำให้ผมเริ่มสนใจที่จะเข้าไปศึกษา ลองดูกราฟหุ้นต่อไปนี้นะครับ

BLA

พอเห็นราคาที่ตกลงมาแบบนี้ผมก็เริ่มเข้าไปหาเหตุผล และเริ่มเจาะที่ตัวเลขทางการเงินของกิจการก่อน สำหรับหุ้นประกันชีวิตโดยทั่วไป “สินทรัพย์ทั้งหมด” ส่วนใหญ่ของบริษัทคือ “เงินสด และเงินลงทุน” ที่มาจากเบี้ยประกันที่ขายได้ … ผมสังเกตเห็นสินทรัพย์ของหุ้นตัวนี้ขยับปรับตัวขึ้นทุกๆ ปีกว่า 15% และขนาดของกิจการ หรือ Market Cap ก็ปรับตัวขึ้นตาม ในสัดส่วน สินทรัพย์ใหญ่เป็น 2 เท่าของขนาดกิจการ

แต่ในช่วงหนึ่งที่ราคาหุ้นตก ขนาดของสินทรัพย์ยังคงเติบโต แต่ขนาดของกิจการ หรือ Market Cap นั้นตกลงมาอย่าง “ผิดปกติ” สัดส่วนที่เคยต่างกัน 2 เท่า ห่างเป็น 4 เท่าตัว หมายความว่า… ถ้าผมซื้อหุ้นตอนนี้จะเป็นราคาที่ถูกมากกว่าเดิม 50% เลยทีเดียว (มีส่วนลดขนาดนี้น่าสนใจมากๆ ครับ)

ผมจึงเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมพบว่าสินทรัพย์ของธุรกิจมีมากกว่า 2.5 แสนล้านบาท โดยปกติแล้วบริษัทประกันจะต้องนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ หรือหุ้น และสินทรัพย์อื่นๆ ให้งอกเงย เพื่อมาจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ทำประกัน หักกันสำรอง โดยบริษัทแห่งนี้ทำกำไรจากการลงทุนได้ 4% ต่อปีเฉลี่ยทบต้น หมายความว่าแต่ละปีบริษัทนี้จะทำกำไรได้ราวๆ 4-5 พันล้านบาท

ผมคิดคร่าวๆ ว่า หากผมซื้อหุ้นตอนนี้ทั้งบริษัทผมต้องใช้เงินราวๆ 5 หมื่นล้านบาท ในขณะที่บริษัททำกำไรได้ราวๆ 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปี เพียงแค่ 10 ปีก็ “คืนทุน” ได้แล้ว โดยผมยังไม่ได้คิดถึงกรณีที่เบี้ยประกันเพิ่มขึ้นทุกปี (เป็นตัวเลขที่ใช้เป็นตัวเลขสมมติสำหรับ “กรณีศึกษา” ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงเพื่อลงทุนในปัจจุบันนะครับ) หมายความว่า… หุ้นตัวนี้ราคาค่อนข้างถูกในสายตาของผม หน้าที่ต่อไปของนักลงทุนก็คือ วางแผนเพื่อซื้อ หรือปล่อยผ่าน

อย่างไรก็ตาม… นักลงทุนหลายคนที่วิเคราะห์ “ผิดพลาด” อาจจะติดหุ้นไปอีกนาน เพราะเหตุการณ์หุ้นถูกถ้ามันเป็นเหตุการณ์ถาวร โอกาสที่เราจะผิดพลาดก็มี ตัวอย่างที่ผมยกมานั้นก็เป็นเพียงกรณีศึกษา การลงทุนจริงต้องขึ้นอยู่กับนักลงทุนแต่ละคนว่าจะซื้อ หรือไม่นั่นเองครับ

คำเตือน การวิเคราะห์หุ้น การลงทุนรูปแบบต่างๆ และเทคนิคการลงทุนในหุ้นเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ผู้เขียนบทความไม่รับผิดชอบต่อความเสี่ยง หรือความเสียหายในการลงทุนของผู้รับข้อมูลนะครับ

[/hide]

หนังสือเปลี่ยนชีวิต : ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ผ่านหุ้นอสังหาฯ

ปก หุ้นอสังหาสวัสดีเพื่อนๆ นักลงทุนทุกท่านครับ… ที่มาของหนังสือเล่มนี้มาจากการที่ผม นายแว่นธรรมดา ได้กระโดดเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ 3 ธุรกิจ อันได้แก่

1) ผมลงทุนเก็งกำไร กับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการซื้อคอนโดมิเนียมปล่อยเช่า ซื้อคอนโดมิเนียมปล่อยขาย ซื้อทาวน์เฮ้าส์ปล่อยเช่า และปล่อยขาย

2) ผมทำกิจการ “สื่อ” ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการก่อตั้งเว็บ www.topofliving.com

3) ผมลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ผ่านการซื้อหุ้นอสังหาฯ

การที่ผมเข้าไป “คลุกคลี” กับวงการอสังหาฯ ทำให้ผมรู้สึกว่า… “อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ” นั่นคือจะมีการเติบโตครั้งใหม่เกิดขึ้น!

ทำไมผมจึงคิดเช่นนั้น? ไปหาคำตอบกันเลยครับ…

บทนำ : “ภาพใหญ่” ของประเทศไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร? เกี่ยวข้องกับหุ้นอสังหาหรือไม่?

บทที่ 1 : ภาพตลาดโดยรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

บทที่ 2 : ข่าวในวงการอสังหาริมทรัพย์ บอกอะไรเราได้บ้าง

บทที่ 3 : Back Log หุ้นอสังหาริมทรัพย์ บอกอะไรเราได้บ้าง

บทที่ 4 : ทำไมคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้าจึงเป็นที่นิยม

บทที่ 5 : เรื่องที่ต้องรู้ เมื่อวิเคราะห์หุ้นอสังหาริมทรัพย์

บทที่ 6 : เปรียบเทียบการลงทุน

บทที่ 7 : วิเคราะห์งบการเงิน หุ้นอสังหาริมทรัพย์ บอกอะไรเราบ้าง?

คลิ๊กรายละเอียดหนังสือที่นี่เลยครับ

อ่านหุ้นที่เกี่ยวข้อง และหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ “คลิ๊กเลย”

อ่านทุกเรื่องราวของความสำเร็จที่คุณทำได้อย่างแน่นอน “คลิ๊กอ่านที่นี่”

#‎ช่องทางการติดตามข้อมูล‬ ‪#‎นายแว่นธรรมดา‬

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการติดตามข้อมูล โดยเฉพาะสมาชิกเว็บ www.naiwaen.com ท่านสามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ naiwaentammada@gmail.com

หรือเข้าไปติดตามบทความในรูปแบบคลิ๊ปเสียงที่ https://www.youtube.com/channel/UCcQxvgiObaaA2DI3UOqrXZw

เพื่อนๆ ยังสามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวใหม่ล่าสุดที่บล็อกพันทิป http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=naiwaentammada(ปัจจุบันมียอดเพจวิวกว่า 3.1 ล้านวิว)

หรือยังไม่จุใจท่านยังสามารถเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกันที่นี่ครับ https://plus.google.com/u/0/118319315169248364407

สำหรับเรื่องราวของอสังหาริมทรัพย์… เพื่อนๆ สามารถเข้าไปหาข้อมูลที่ต้องการได้ที่นี่ www.topofliving.com

และเตรียมพบกับเว็บบอร์ดคุยเรื่องหุ้นเร็วๆ นี้นะครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่าน อีโมติคอน grin
สำหรับ “นายแว่นธรรมดา” แล้วเราจะทำให้เพื่อนๆ ทุกท่าน

“มีชีวิตที่ง่าย และดี”

ขอแนะนำเว็บไซค์เกี่ยวกับบ้าน และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ www.topofliving.com

mini LOGO TOP