(บริหารเงินส่วนบุคคล) ทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2558 กับการบริหารจัดการเงิน และการลงทุน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้เข้าร่วมงานสัมมนาทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 58 ที่จัดโดย ธนชาต ร่วมกับ Blogger หลายท่าน ผมได้พบกับคุณ สุวภา เจริญยิ่ง หรือพี่จิ๋ม ผู้บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต ท่านใจดีมากครับ ถ่ายทอดประสบการณ์การลงทุนมาให้คนรุ่นน้องอย่างผม ได้รับประโยชน์มากมายครับ และได้พบกับ Blogger ดังๆ มากมาย อาทิ

– คุณภัทร ผู้เขียนหนังสือขายดี “คุ้ยแคะแกะหุ้นเด้ง”

– คุณตั้ม แห่ง Brand Buffet

– น้องๆ ในเว็บ “ออมมันนี่”

– และบล็อกเกอร์ท่านอื่นๆ อีกหลายท่านครับ

สำหรับพี่จิ๋มเองนอกจากจะเป็นผู้บริหารหลักทรัพย์ธนชาตแล้วยังเป็นนักเขียน นักแปลชื่อดัง หลายท่านคงเคยได้ยินซีรี่ย์หนังสือการ์ตูนความรู้ทางการเงิน “ครอบครัวตึ๋งหนืด” เป็นผลงานของพี่จิ๋มที่ติดตาติดใจเด็กๆ

สำหรับมุมมองเศรษฐกิจปี 2558 ที่ได้รับความรู้มาในงานนี้นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคนที่คิดจะลงทุนในปี 2558 ที่มีหลายคนบอกว่า “ยาก” และตลาดหุ้นจะผันผวนอย่างรุนแรง จะเป็นอย่างไรติดตามได้เลยครับ

TCAP 05

ประวัติย่อของวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศไทย

ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2518 เกิดวิกฤติจำกัดสินเชื่อ 18% เป็นวิกฤติที่เกิดจากภาครัฐกู้เงินเกินกำลัง ทำให้เกิดภาวะข้าวยาก หมากแพงไปทั่วประเทศ เกิดการปันส่วนน้ำมัน ปันส่วนน้ำตาล สถานีโทรทัศน์ต้องปิดตั้งแต่ 4 ทุ่มเพื่อประหยัดพลังงาน หลังจากผ่านวิกฤติหนักๆ มาได้ประเทศไทยก็ขุดพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ เข้าสู่ยุคโชติช่วงชัชวาล ในปี 2525 ประเทศไทยจึงทำการเฉลิมฉลองด้วยการจัดงานพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี และมีการเปลี่ยนบริษัทพลังงานจากน้ำมันสามทหารไปเป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย

วิกฤติราชาเงินทุน เกิดขึ้นในปี 2528 เกิดธุรกิจราชาเงินทุน ตลาดหลักทรัพย์เข้าสู่ยุครุ่งเรือง แต่ตกต่ำสุดขีด ธุรกิจราชาเงินทุนล้มละลาย ทำให้ต่างชาติเข้ามายึดครองบริษัทต่างๆ ในประเทศไทย หนึ่งในนั้นคือกลุ่ม TESCO ที่เข้ามาเปิดห้างลดราคา แต่หลังจากผ่านพ้นวิกฤติไปได้ก็เข้าสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้ง และดัชนีตลาดหุ้นไทยพุ่งแรงสู่ 1700 จุดในปี 2537 อีกครั้ง!

วิกฤตต้มยำกุ้ง เกิดขึ้นในปี 2540 หลังจากดัชนีตลาดหุ้นไทยทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก็เกิดวิกฤติอีกครั้งจากภาคเอกชนที่กู้ยืมเงินเกินตัว และทำให้เกิดวิกฤติค่าเงินบาทจากการลอยตัวค่าเงินของรัฐบาลในยุคนั้น วิกฤติต้มยำกุ้งได้เกิดขึ้น และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับประเทศไทยครับ วิกฤติครั้งนี้ทำให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต้องปิดตัวไปหลายบริษัท และตลาดหุ้นตกต่ำยาวนานหลายปีกว่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในปี 2545

วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ เกิดขึ้นในปี 2550 จุดเริ่มต้นจากการที่ภาคการเงินปล่อยกู้ให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์ และปล่อยให้เป็นหนี้ด้อยคุณภาพ ทำให้บริษัทการเงินขนาดใหญ่อย่างเลห์แมนบราเธอร์ต้องล้มละลาย และปิดตัวไปในที่สุด วิกฤติการครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของมาตราการณ์ “คิวอี” ของสหรัฐฯ ทำให้ตลาดหุ้นไทยได้รับผลพลอยได้ เงินร้อนดันตลาดหุ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ และทำจุดสูงสุดที่ 1600 จุดในปี 2555 นั่นเองครับ

TCAP 03

(คุณสุวภา เจริญยิ่ง หรือพี่จิ๋ม กำลังอธิบายบทวิเคราะห์เศรษฐกิจประเทศไทย)

มุมมองของเศรษฐกิจไทยในปี 2558 และต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร?

จากที่ผมได้บอกเล่าประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจการเงินทั้งของโลกใบนี้ และที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยมานั้น ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนเลยว่า… วิกฤติเศรษฐกิจนั้นมีวงจรของมัน โดยประวัติศาสตร์แล้ว แต่ละวิกฤติจะมีวงจรราวๆ 10 ปี หรือ 10 ปีจะเกิด 1 ครั้ง ทำให้เราต้องพิจารณากันว่าวิกฤติครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อไร และเราจะปรับตัวกันอย่างไร?

จากการเสวนาทิศทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ ทำให้เราสรุปกันได้ว่า อนาคตนั้นมีโอกาสเกิดวิกฤติ แต่เราอาจรอดพ้นไปได้หากการเปิดเสรีอาเซียน หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าเปิด AEC นั้นประสบความสำเร็จ เนื่องจากธุรกิจต่างๆ จะเกิดตลาดใหม่ จากฐานประชากรเพียง 65 ล้านคนในประเทศไทย ไปเป็น 600 ล้านคนในตลาดอาเซียนนั่นเองครับ

อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากังวลสำหรับบ้านเราก็คือ การที่บ้านเราเริ่มกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ โดยตัวเลขผู้สูงอายุในบ้านเรานั้นปัจจุบันเป็น 11% ของสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี หากรัฐบาลไม่มีนโยบายรองรับสังคมผู้สูงอายุ อนาคตประเทศไทยก็อาจจะเข้าสู่ภาวะโตช้า หรือไม่โตก็เป็นไปได้ครับ

TCAP 02

มุมมองของคุณสุวภา กับการบริหารการเงินส่วนบุคคล

หลังจากที่เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจหนักๆ กันมาแล้ว พี่จิ๋ม หรือคุณสุวภา ผู้บริหารหลักทรัพย์ ธนชาต ยังให้มุมมองที่น่าสนใจกับพวกเราชาวบล็อกเกอร์รุ่นน้องก็คือ การบริหาหรจัดการเงินส่วนบุคคล โดยพี่จิ๋มได้ให้แง่คิดกับพวกเราไว้ว่า… หน่วยที่เล็กที่สุดก็คือครอบครัว ถ้าการเงินในครอบครัวเราดี เราก็จะสามารถผ่านพ้นทุกวิกฤติไปได้หากมันเกิดขึ้นอีกครั้ง พี่จิ๋มได้ให้ตัวเลขอมตะของการออมเงินก็คือ “กฎ 72” นั่นคือ การนำผลตอบแทนจากการลงทุนหารด้วยตัวเลข 72 จะเป็นจำนวนปีที่เราจะได้ผลตอบแทนกลับมา 1 เท่าตัว ดังตัวอย่างต่อไปนี้ครับ

หากเราลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน 10% ต่อปี

เราจะได้เงินเพิ่มเป็น 1 เท่าตัวภายใน = 72/10 = 7.2 ปี

หมายความว่าถ้าเราลงทุน 1 แสนบาท กับสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนให้กับเรา 10% ต่อปี จะใช้เวลา 7.2 ปีในการทำเงิน 1 แสนบาทให้กลายเป็น 2 แสนบาทนั่นเองครับ!

TCAP 04

(นายแว่นธรรมดากับเหล่าบล็อกเกอร์ชื่อดัง)

ข้อสรุปของงานสัมมนาในครั้งนี้

สำหรับข้อสรุปของงานนี้ผมคงต้องใช้คำว่า “ครบเครื่อง” คือ ครบตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ครบทั้งมุมมองใหญ่คือเศรษฐกิจโดยภาพรวม และมุมมองในระดับการเงินส่วนบุคคล อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณธนาคารธนชาต และหลักทรัพย์ธนชาต ที่ให้ความกรุณาด้วยนะครับ ไว้คราวต่อๆ ไป ผมได้โอกาสร่วมงานสัมมนาดีๆ แบบนี้อีก จะนำมาเปิดมุมมองให้กับเพื่อนๆ นักลงทุน นักออมหุ้นระยะยาวได้รับทราบกันนะครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ.ที่นี่ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนๆ คงได้ประโยชน์จากบทความนี้ไม่มากก็น้อยครับ

 

NAIWAENTAMMADA

อ่านทั้งหมดของ “การลงทุนในหุ้น” คลิ๊กเพื่ออ่านต่อได้เลยครับ 

คำเตือน การวิเคราะห์หุ้น การลงทุนรูปแบบต่างๆ และเทคนิคการลงทุนในหุ้นเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ผู้เขียนบทความไม่รับผิดชอบต่อความเสี่ยง หรือความเสียหายในการลงทุนของผู้รับข้อมูลนะครับ

[เกี่ยวกับผู้เขียน]

promotion naiwaenนายแว่นธรรมดา ผู้แต่งหนังสือขายดี  “รวยหุ้นวีไอไม่เสี่ยง” และหนังสือ “ลงทุนคอนโดไม่ยาก” และผู้ก่อตั้งเว็บ www.naiwaen.com และ www.topofliving.com ผมขออาสาถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการลงทุนในหุ้น และอสังหาริมทรัพย์ให้เพื่อนๆ นักลงทุนทุกท่านได้อ่านแบบเข้าใจง่าย ติดตามกันให้ได้นะครับ

#ลงทุนหุ้นให้โตเร็ว : ปัญหาของนักลงทุนหุ้นโตเร็วก็คือ มองหุ้นโตเร็วไม่ออก มองภาพใหญ่ไม่ชัดเจน และจัดพอร์ตไม่เป็น ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปหากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ “ลงทุนหุ้นให้โตเร็ว” ติดตามได้ที่นี่เลยครับ

‪#‎ช่องทางการติดตามข้อมูล‬ ‪#‎นายแว่นธรรมดา‬

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการติดตามข้อมูล โดยเฉพาะสมาชิกเว็บ www.naiwaen.com ท่านสามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ naiwaentammada@gmail.com

หรือเข้าไปติดตามบทความในรูปแบบคลิ๊ปเสียงที่ https://www.youtube.com/channel/UCcQxvgiObaaA2DI3UOqrXZw

เพื่อนๆ ยังสามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวใหม่ล่าสุดที่บล็อกพันทิป http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=naiwaentammada(ปัจจุบันมียอดเพจวิวกว่า 3.1 ล้านวิว)

หรือยังไม่จุใจท่านยังสามารถเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกันที่นี่ครับ https://plus.google.com/u/0/118319315169248364407

สำหรับเรื่องราวของอสังหาริมทรัพย์… เพื่อนๆ สามารถเข้าไปหาข้อมูลที่ต้องการได้ที่นี่ www.topofliving.com

และเตรียมพบกับเว็บบอร์ดคุยเรื่องหุ้นเร็วๆ นี้นะครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่าน อีโมติคอน grin
สำหรับ “นายแว่นธรรมดา” แล้วเราจะทำให้เพื่อนๆ ทุกท่าน

“มีชีวิตที่ง่าย และดี”

ขอแนะนำหนังสือ “กลุยุทธ์จับจังหวะลงทุนหุ้น

กลยุทธ์หุ้น

กลยุทธ์จับจังหวะลงทุนหุ้น (Knowing Money Game) เจาะลึกการเล่นหุ้นแบบเน้นคุณค่า เข้าสู่สนามการลงทุนอย่างคุ้มค่าและไม่เสี่ยง   วิเคราะห์เจาะจุดการเล่นหุ้นอย่างถึงแก่น  ชี้ช่องแนะแนวทางรวยตามสไตล์นักลงทุนระดับโลก ให้คุณก้าวเข้าสู่เกมหุ้นได้อย่างสวยงาม และไม่เสี่ยง